[FIC] faces. [secret couple]
posted on 03 Jan 2010 09:11 by cattycandy in Fiction*เว้นบรรทัดให้อ่านง่ายขึ้นแล้วค่ะ*
คำเตือน
- ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับชายรักชาย [Yaoi]
- เป็นแฟนฟิคชั่น Cross band ข้ามวงค่ะ
ขอให้สนุกค่ะ
♥
= = = = = = = = = =
วินาทีแรกที่ผมเห็นภาพของเขา ผมได้เรียนรู้ความรู้สึกที่ว่า “รักแรกพบ” หรือ “รักแรกเห็น” มันเป็นอย่างไร
นับจากวินาทีนั้น ผมก็เริ่มหาข้อมูลของเขาบนอินเตอร์เน็ต...ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพ หรือคลิปวีดิโอ รู้ตัวอีกที...ผมใช้เวลาบนอินเตอร์เน็ตไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงแล้ว
เขาเป็นคนมีชื่อเสียง การหาข้อมูลของเขาช่างง่ายดาย...เวลา 6 ชั่วโมงนั้น ทำให้ผมรู้จักเขาราวกับรู้จักกันมาหลายปี
ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตากลมโตสดใส รอยยิ้มที่สวยงาม...ทำเอาผมแทบคลั่ง
ผมไม่ต่างอะไรจากแฟนคลับสาวๆพวกนั้น ให้ตายสิ
ผมจ้องมองทุกส่วนบนใบหน้าของเขา
เขาหน้าตาเหมือนกันกับผม
แล้วที่เขาว่า...คู่แท้มักจะมีหน้าตาที่เหมือนกัน มันจริงรึเปล่านะ?
= = = = = = = = = =
เจ็ดโมงเช้าวันเสาร์ที่เงียบสงบ ชายหนุ่มร่างบางนอนซุกใต้ผ้าห่มอยู่บนเตียง...ไม่มีทีท่าจะลืมตาตื่น
แต่แล้วจู่ๆเสียงออดจากหน้าประตูหอพักก็ดังขึ้นเสียดหู...เขาไม่ได้สนใจนัก คว้าผ้าห่มข้างกายอุดหูแล้วหลับต่อ...ปล่อยให้น้องชายอีกคนที่อยู่ร่วมหอพักเป็นคนไปเปิดประตู
เช้าตรู่ขนาดนี้ แขกผู้มาเยือนไม่น่าจะเป็นใครไปได้นอกจากผู้จัดการ...
แต่ทว่าเสียงพื้นไม้ลั่นดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนมาหยุดที่หน้าห้องนอนของเขา ใครสักคนกำลังเปิดประตูเข้ามา...
“พี่... มีคนมาหา” เสียงของคิบอมกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก ตามนิสัยของเด็กคนนี้
ว่าแต่ว่าเช้าตรู่ขนาดนี้ ใครมาหาเขากัน? ถ้าเป็นผู้จัดการ คิบอมคงไม่มาเปิดประตูเรียกเขาให้ไปพบ
“...ใครน่ะ?” ชามหนุ่มร่างบางซึ่งนอนอยู่บนเตียงส่งเสียงงัวเงียถามคิบอม
“พี่ไปดูเองแล้วกัน” น้ำเสียงที่ขาดการใส่ใจเป็นปกติ แต่ทำไมวันนี้มันผิดปกติอย่างไรก็ไม่รู้สิ
ชายหนุ่มร่างบางในชุดนอนสีชมพูลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างไม่เต็มใจนัก บิดกายไล่ความขี้เกียจสองสามครั้ง ก่อนจะสวมรองเท้าแตะ และเดินออกจากห้องนอนของตัวเอง
ชายหนุ่มร่างบางพยายามหรี่ตาสังเกตแขกผู้มาเยือนที่นั่งอยู่ที่โซฟากลางบ้าน ในขณะที่กำลังก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้...ชายหนุ่มผู้มาเยือนนั่งเอนกายสบายใจ แขนยาวพาดพนักพิง สวมเสื้อยืดแขนยาวสีดำคอกว้าง เผยให้เห็นรอยสัก... ทรงผมเป็นเอกลักษณ์สีจัดจ้าน ใบหน้าของแขกผู้มาเยือนที่ร่างบางมองเห็นเพียงด้านข้าง แต่งหน้าสีจัดแตกต่างจากคนทั่วๆไป...
สมองของร่างบางเริ่มประมวลผลภาพตรงหน้า...เมื่อผลลัพธ์ออกมา ภาพของใครบางคนโผล่ขึ้นมาในสมอง
นั่นเขางั้นหรือ!?
เมื่อคิดได้ดังนั้น เท้าที่กำลังก้าวเดินก็หยุดชะงัก... หัวใจเริ่มเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ใบหน้าร้อนวาบขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล มือเริ่มเย็นและสั่นเทา...ตัวเขารู้สึกได้ทันที
เขากำลังฝันไปแน่ๆ
เมื่อชายหนุ่มผู้มาเยือนสังเกตเห็น และหันมาสบตาชายหนุ่มร่างบาง...เขายิ้ม และลุกขึ้น เดินเข้ามาใกล้ตัวเขาในเวลาเพียงไม่กี่ก้าว
เมื่อชายหนุ่มโปร่งมายืนใกล้ตัว...เขารู้สึกได้ทันทีว่าตัวเขาเล็กลง...เล็กลงกว่าที่เคย จนรู้สึกอาย...
ร่างสูงโปร่งยิ้มน้อยๆให้เขา ค้อมตัวเล็กน้อย ก่อนจะยื่นมือมาขอเชคแฮนด์ ชายหนุ่มร่างบางชะงักเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือให้เขาจับ และค้อมตัวเล็กน้อยเช่นกัน
มือของเขาใหญ่มาก...ความคิดนั้นวาบขึ้นมาในสมองของชายหนุ่มเจ้าของห้อง แต่ความคิดนั้นก็หายไปเมื่ออีกฝ่ายกล่าวทักทายก่อน
“สวัสดีครับคุณฮีชอล สบายดีไหม?” น้ำเสียงคล่องแคล่วตั้งใจ ชายหนุ่มตรงหน้าร่างบางมิได้พูดภาษานี้เป็นภาษาหลัก แต่เขาก็พูดได้คล่องแคล่วทีเดียว
“อ...เอ่อ สบายดีครับ” ชายหนุ่มร่างบางตอบกลับอย่างตะกุกตะกักด้วยความตื่นเต้น
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งยิ้ม “ขอโทษด้วยที่มาพบเสียเช้าแบบนี้ ล้อเครื่องบินแตะพื้นผมก็รีบตรงมาหาคุณ ขอโทษด้วยถ้ามันรบกวนเวลาพักผ่อนขางคุณ” ชายหนุ่มร่างโปร่งว่ายาว ก่อนจะค้อมศีรษะเล็กน้อยเป็นการขอโทษอีกฝ่าย
ชายหนุ่มร่างบางยืนนิ่ง...สับสน เขามาทำอะไรที่นี่? ที่สำคัญจากที่เขากล่าวมา เขามาที่นี่เพื่อพบตัวเขาโดยเฉพาะ!
“ผมมีเรื่องมากมายอยากจะคุยกับคุณ วันนี้คุณว่างรึเปล่า?” ความสงสัยของร่างบางชะงักเมื่อชายหนุ่มร่างโปร่งเอ่ยขึ้น
“ก็...ว่างครับ...วันนี้ไม่มีตารางงานพอดี” ชายหนุ่มร่างบางพยายามควบคุมโทนเสียงตนเองไม่ให้สะดุดเพราะความตื่นเต้น “แต่...ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนได้ไหมครับ?” ชายหนุ่มร่างบางยิ้มเขินๆ หลบสายตาร่างโปร่ง ลูบศีรษะของตนเบาๆเมื่อกล่าวจบ ...ฟันก็ยังไม่ได้แปรง ไม่กล้าเข้าไปพูดใกล้เขามากนัก
ชายหนุ่มร่างโปร่งหัวเราะก่อนจะกล่าว “โอเคครับ งั้นระหว่างรอคุณ ผมขอนั่งพักสักหน่อย หวังว่าคุณคงจะไม่ว่านะครับ” พูดจบ ชายหนุ่มร่างโปร่งเดินถอยหลังไปนั่งเอนกายบนโซฟา ชายหนุ่มเจ้าของห้องหัวเราะเล็กๆกับท่าทีของเขา
“โอเคครับ คุณคงมีเวลาพักนานเลย ผมชอบอยู่ในห้องน้ำน่ะ” ชายหนุ่มร่างบางหัวเราะ “ขอตัวนะครับ”
ชายหนุ่มร่างบางจัดการหยิบเสื้อผ้าในห้องนอนของตนเอง ก่อนจะออกมายืนรอหน้าห้องน้ำที่คิบอมใช้อยู่...เมื่อคิบอมออกมาจากห้องน้ำ เขารีบแทรกตัวสวนกับคิบอมเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว คิบอมส่ายหน้ากับท่าทีของพี่ชายตนเอง
ชายหนุ่มร่างบางเมื่อเข้าไปในห้องนำได้แล้วก็รีบปิดประตูลงกลอน...มือเรียวทั้งสองสัมผัสหน้าอกของตนเองที่กำลังเต้นแรง
นี่เขากำลังฝันไปจริงๆใช่ไหม!?
คนมีชื่อเสียงอย่างเขา...ดังกว่าเขาไม่รู้กี่เท่า ดังในระดับโลก จู่ๆจะข้ามน้ำข้ามทะเลเพียงเพื่อมาหาเขาอย่างนั้นหรือ!?
เขาอาจจะมาคุยเรื่องงานก็ได้นี่? แต่...ถ้าเป็นการคุยเรื่องการเรื่องงานจริง ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบุกมาที่หอพักของเขาเลย?
ชายหนุ่มร่างบางสะบัดหัวเบาๆ ไล่ความคิดสับสนที่พรั่งพรูออกมา เมื่อชายหนุ่มคุ้นหน้า ที่ตัวเขายกให้เป็น “ไอดอล” ในดวงใจ ที่เขาชื่นชอบและติดตามผลงานมาตลอด
แค่ตัวเขาได้เห็นตัวจริงของร่างโปร่งใกล้ๆขนาดนี้ก็เหมือนฝันมากพอแล้ว แต่นี่ร่างโปรงมาเพื่อหาตัวเขาโดยเฉพาะ!? โกหกน่า!
เขาสะบัดหัวอีกครั้ง เริ่มจัดการธุระส่วนตัว ด้วยหัวใจเต้นตูมตาม
ระหว่างนั้น ชายหนุ่มร่างโปร่งที่เอนกายอยู่บนโซฟา ก็นั่งคิดอะไรบางอย่าง...เกี่ยวกับชายหนุ่มที่เขาดั้นด้นข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพื่อพบเจอ...ด้วยอะไรก็แล้วแต่เถอะ
ชายหนุ่มร่างบางตัวเล็กกว่าที่เขาคาดไว้มาก...ร่างบอบบางเหมือนผู้หญิง เขาสงสัยว่าถ้าลมพัดแรงๆ เขาคนนี้จะปลิวลอยไปตามลมหรือเปล่า...ชายหนุ่มร่างโปร่งนึกภาพ และยิ้มออกมาเบาๆ
ใบหน้าของชายหนุ่มร่างบางสวยงามกว่าที่คิด...จากที่เห็นเพียงรูปภาพ ใบหน้าของเขาสวยงาม แต่เมื่อได้เห็นตัวตนจริงๆ เขากลับสวยงามกว่าในรูปภาพหลายเท่า...แม้ชายหนุ่มร่างบางจะอยู่ในสภาพเพิ่งตื่นนอนก็ตามที
เขาหวัง...ว่าชายหนุ่มร่างบาง จะรับรู้ความรู้สึกของเขา...และตอบรับความรู้สึกของเขาเช่นกัน
เสียงประตูไม้เอียดอาดดังขึ้น...หาใช่ประตูห้องน้ำ แต่เป็นประตูห้องนอนขางชายหนุ่มอีกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ สิ้นเสียงประตูปิดสนิท ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเท้าเดินออกจากหน้าห้อง หยิบของจุกจิกใส่กระเป๋าแจ็คเก็ตของตน
ชายหนุ่มผู้มาเยือนที่นั่งอยู่บนโซฟาแอบจ้องมองเขา...ท่าทีเงียบขรึม สีหน้าเรียบเฉย ไม่มีทีท่าแปลกใจที่ตัวเขาอยู่ที่นี่ ช่างแตกต่างจากพี่ชายของเขาเหลือเกิน
หรือว่า...หมอนี่ไม่รู้จักเขา!?
ความสงสัยของเขาหมดสิ้นไปเมื่อชายหนุ่มเจ้าของห้องอีกคนเอ่ยขึ้น
“ผมจะไปทำงานแล้วครับ ยังไงก็ฝากดูแลพี่ชายผมด้วย” เขากล่าวในขณะที่สวมรองเท้าอยู่บริเวณประตูหน้าบ้าน
“คุณอยู่ที่นี่กับเขาสองคน..?” ชายหนุ่มร่างโปร่งถามไม่สัมพันธ์กับสิ่งที่ชายหนุ่มอีกคนพูดนัก
“มีสมาชิกคนอื่นอีก แต่ไปทำงานกันหมดแล้ว ตั้งแต่ก่อนคุณมาเสียอีก” ชายหนุ่มเจ้าของห้องกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ท่าทางของคุณนิ่งมาก...ต่างจากพี่ชายของคุณลิบลับ” ชายหนุ่มร่างโปร่งเอ่ยขึ้น
ชายหนุ่มอีกคนยิ้มเห็นฟันขาว ก่อนจะกล่าวขึ้น “เขาก็เป็นแบบนี้แหละ เก็บอาการไม่อยู่ ถึงผมจะอายุน้อยกว่าเขา แต่ผมว่าผมเป็นผู้ใหญ่กว่าเขานะ” ชายหนุ่มร่างสูงหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวขึ้นต่อ “ผมก็พอจะรู้ว่าคุณมาที่นี่มีจุดประสงค์อะไร...ผมอ่านใจคนเก่ง”
สิ้นเสียง ชายหนุ่มร่างโปร่งชะงัก อ้าปากกำลังจะพูด แต่ทว่าชายหนุ่มอีกคนก็กล่าวขึ้นเสียก่อน
“ตกหลุมรักง่าย...อาจจะเป็นพฤติกรรมเฉพาะของพวก AB ล่ะมั้ง?” เขายิ้มเล็กน้อยเมื่อกล่าวจบ ก่อนจะเปิดประตูและออกจากหอพักไป
ใช่...อาจจะเป็นอย่างนั้น เสียงในสมองของร่างโปร่งดังขึ้น เขาดั้นด้นมาที่นี่เพราะอะไร? เพียงเพราะเขาตกหลุมรักคนๆนี้ตั้งแต่แรกเห็น มีอะไรบางอย่างในตัวร่างบางดึงดูดเขา และหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนกันกับเขา ทั้งนิสัย กรุ๊ปเลือด และหน้าตา...มันไม่ใช่การตกหลุมรักเพียงแค่เปลือกนอก แต่เขารู้สึกได้ว่าคนๆนี้...รักเขาเช่นกัน
เมื่อคิดจบ เขาก็นึกขึ้นได้...
ณ ตอนนี้ ที่นี่มีเพียงตัวเขา และร่างบางเท่านั้น
เขายิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย...
เมื่อเสียงน้ำสงบลง...เปลี่ยนเป็นความเงียบ ในขณะนี้ชายหนุ่มร่างบางกำลังแต่งตัวให้ดูสุภาพสมกับเป็นเจ้าบ้านที่ดี ใช้เวลาอยู่นานเพื่อจัดการทำให้ตัวเอง “ดูดี” สมกับโอกาสที่ได้คุยกับเขาซึ่งหน้า!
ชายหนุ่มร่างบางค่อยๆปลดล็อกประตูห้องน้ำ แง้มประตูเปิดออกให้เสียงเงียบเชียบที่สุด เมื่อเขาสังเกตที่บริเวณโซฟากลางบ้าน ก็พบว่าเขาคนนั้นไม่ได้อยู่ที่โซฟาเสียแล้ว
ชายหนุ่มร่างบางก้าวเท้าออกจากห้องน้ำ...กวาดสายตารอบห้องเพื่อหาชายหนุ่มร่างโปร่ง
เมื่อเขาทอดสายตาไปยังบริเวณประตูหน้าหอพัก ก็พบกับกระเป๋าเดินทางขนาดย่อมวางนิ่งอยู่ ที่เขาพูดว่ารีบมาหาเขานี่จริงแฮะ
ชายหนุ่มร่างบางเริ่มเดินสำรวจ เปิดประตูห้องนอนของคิบอม...ไม่พบตัวเจ้าของห้อง สงสัยคงออกไปทำงานแล้ว
ว่าแต่ว่า เขาคนนั้นหายไปไหนแล้วเนี่ย
หอพักเล็กๆกว้างขึ้นทันทีที่เขาไม่พบร่างของเขาคนนั้น
เมื่อเขากำลังจะเดินไปยังระเบียงห้อง ด้วยใจที่กังวลนั้น...
“จับได้ละ ♥”
เขาคนนั้นสวมกอดตัวเขาจากทางด้านหลังโดยที่ไม่ให้ตัวเขาตั้งตัว
“ตามหาผมอยู่เหรอ?” ชายหนุ่มร่างโปร่งพูดเสียงกวนๆตามสไตล์ของเขา
ชายหนุ่มร่างบางยืนตัวแข็งทื่อในอ้อมกอดของอีกฝ่าย...
“ผมแค่แอบเข้าไปดูห้องของคุณมานิดหน่อย” ชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวเสียงเรียบ
ร่างบอบบางที่อยู่ภายใต้เรียวแขนขางชายร่างโปร่งนิ่งเงียบแข็งค้าง... แม้ร่างสูงจะสวมกอดเขาไม่ได้แน่นหนานัก แต่ด้วยความตกใจ และอะไรอีกหลายๆอย่างที่พรั่งพรูออกมาจากความรู้สึกในเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่ร่างโปร่งสวมกอดเขาไว้ จนกระทั่งตอนนี้ ทำให้เขาขยับไปไหนไม่ได้
ชายหนุ่มคุ้นหน้ายังคงกอดเขานิ่ง
เมื่อร่างบางใจเย็นลงและได้สติกลับมา เขาสะดุ้งสุดตัว เมื่อกี๊...เขาคนนี้เข้าไปในห้องนอนของเขางั้นหรือ!?
หวังว่าคงไม่...
ชายหนุ่มร่างโปร่งคลายอ้อมกอดที่โอบรัดร่างบอบบางเอาไว้ช้าๆ
“ใจของคุณเต้นแรงมากเลย...จนเหมือนผมจะได้ยินเสียงของหัวใจของคุณออกมาข้างนอกนี่” ชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวอย่างคนเหนือกว่า
ฮีชอลหลับตาลง สูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอดหนึ่งครั้งเพื่อรวบรวมสติ ก่อนจะลืมตาขึ้น สบตาเขาก่อนจะกล่าว
“เมื่อกี๊คุณเข้าไปในห้องนอนของผมโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ยังไง?” ดูเหมือนจะเป็นการกล่าวเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้น แต่เขาก็ไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่งในห้องนอนของเขา แม้แต่สมาชิกคนอื่นในหอก็ไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไปข้างในห้องนอนของเขาแม้แต่คนเดียว
แต่ที่สำคัญกว่านั้นน่ะ ในห้องนอนของเขามี...
“ผมเจอซีดีเพลงของผม ดีวีดีไลฟ์ของผมวางอยู่บนชั้นเต็มไปหมด แถมยังมีภาพของผมติดอยู่ที่หัวเตียงอีก”
สิ่งที่ร่างบางไม่อยากให้เขารับรู้ แต่เขาก็รู้จนได้...น่าอายชะมัด
ร่างบางยืนนิ่ง ก้มหน้าด้วยความอาย...จนกระทั่งชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวขึ้น
“ไม่เห็นจะต้องปิดบังเลย...ก็คุณชอบผมนี่” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย ร่างบางรับรู้จึงทำสีหน้าตกใจอย่างมาก
“...ก็ใช่ ที่ผมชื่นชมคุณ” ชายหนุ่มร่างบางกล่าวโดยไม่สบตา ใบหน้าแดงเรื่อ
“แน่ใจเหรอ...ว่าคุณไม่ได้ชอบผม?” ร่างสูงโปร่งกล่าวซักร่างบางให้จนมุม
“คุณหมายความว่ายังไงกันแน่” ชายหนุ่มร่างบางจ้องตาอีกฝ่าย แต่ก็หลบสายตาทันทีเมื่อเห็นสายตาของอีกฝ่ายที่จ้องตัวเขาทุกระเบียดนิ้วจนแทบจะกลืนกินตัวเขาด้วยสายตา
ร่างบางเริ่มเดินถอยหลังทีละก้าว...เมื่ออีกฝ่ายเริ่มโน้มตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แต่แล้วก็ชะงักหยุดลง...ขยับไปไหนไม่ได้ ร่างกายไม่เป็นไปตามที่สมองสั่ง
หรือเพราะร่างกาย...มันเชื่อมต่อกับ “หัวใจ”
ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมาสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่าย ลูบไล้บนใบหน้าเบาๆ เหมือนจะตรวจดูให้แน่ใจว่า...ฝ่ายตรงข้ามมีใบหน้าที่เหมือนกับเขาจริงๆ
“คุณเชื่อรึเปล่า?...ว่าคู่แท้น่ะ มักจะมีใบหน้าที่เหมือนกัน...”
ชายหนุ่มร่างบางไม่ละสายตาไปจากดวงตาของเขาในขณะที่กล่าวประโยคนั้น
สิ้นประโยค ชายหนุ่มร่างโปร่งโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้อีกฝ่าย...จูบสัมผัสริมฝีปากอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะค่อยๆกลายเป็นล้ำลึก...ดูดดื่ม และเนิ่นนาน เรียวแขนโอบกอดร่างบางแน่นหนา
ร่างบางตอบรับความรู้สึก...หลับตาลงช้าๆเพื่อรับความรู้สึกนี้ให้เนิ่นนานที่สุด
ใช่...ที่ก่อนหน้านี้ ร่างบางอาจจะแค่ชื่นชมเขาอย่างมากมาย...ในฐานะแฟนคลับคนหนึ่ง
แต่ในตอนนี้ในเมื่อร่างโปร่ง...
ในตอนนี้ ร่างบางตกหลุมรักร่างโปร่งเข้าเสียแล้ว
ชายหนุ่มร่างโปร่งถอนริมฝีปากเบาๆ จ้องลึกในดวงตาของร่างในอ้อมกอด
“ผมรักคุณ”
เพียงคำพูดนี้ ทำให้ร่างในอ้อมกอดแทบจะหลอมละลายหายไป
“คุณเองก็รักผม...ใช่ไหม” ร่างโปร่งเอ่ยถาม...เพื่อความแน่ใจ
ร่างในอ้อมแขนของเขานิ่งเงียบ สบตาของเขา จ้องลึกลงไป...ก่อนจะพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ
ทั้งสองยิ้มเล็กๆ ร่างสูงโปร่งสวมกอดร่างในอ้อมแขนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ในเวลานี้...ดวงตาของทั้งสองส่องประกายแห่งความสุขแบบเดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน
= = = = = = = = = =
ชายหนุ่มร่างโปร่งกรีดปลายนิ้วไปตามชั้นวางซีดีของฮีชอลอย่างสนใจ ดูเขาจะตื่นตาตื่นใจกับมันมากเหลือเกิน
“ขนาดตัวผมเองยังไม่มีซีดีเพลง หรือดีวีดีไลฟ์ของตัวผมเองในห้องนอนมากมายขนาดนี้เลยนะ” ชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวด้วยใบหนาเปื้อนรอยยิ้ม หันไปพูดกับชายหนุ่มอีกคนที่นั่งเล่นกับแมวอยู่บนเตียง
“เวลาผมว่าง ก็จะแวะไปร้านซีดีบ่อยๆ ถ้าเจอซีดีของคุณผมก็จะซื้อเก็บทุกครั้ง บางแผ่นมีขายเฉพาะที่นี่ด้วยนะ” ฮีชอลกล่าวอย่างภูมิใจเล็กๆ
ชายหนุ่มร่างโปร่งยังคงเดินสำรวจในห้องนอนเล็กๆคับแคบของฮีชอลอย่างสนใจ ในระหว่างนั้น ร่างบางก็ลุกขึ้น เดินไปยังหน้ากระจกบานขนาดย่อมในห้องนอนของตนเพื่อเชคความเรียบร้อยบนใบหน้าของตนเอง
แต่จู่ๆ...เมื่อเขาจ้องมองกระจก และมองอีกฝ่ายที่กำลังหยิบนู่นหยิบนี่ดูอย่างสนใจ เขาก็นึกอะไรบางอย่างออก แล้วยิ้มกับกระจก
“นี่...มาเล่นอะไรสนุกๆฆ่าเวลากันไหม?” ชายหนุ่มร่างางเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“หืม? อะไรเหรอ? ก็เอาสิ” ชายหนุ่มร่างโปร่งตอบตกลงโดยยังไม่ทันรู้สิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะลงมือทำ
ฮีชอลกระตุกยิ้มมุมปาก...ทำเอาอีกฝ่ายเสียวสันหลังวาบ...
= = = = = = = = = =
“จะให้ผมลบเครื่องสำอางออกจริงๆน่ะนะ? ไม่มีทาง!” ชายหนุ่มร่างโปร่งโวยวายเมื่ออีกฝ่ายร้องขอให้เขาลบเครื่องสำอางบนใบหน้าของเขาออก
“น่านะ...ผมจะเล่นอะไรสนุกๆนิดหน่อย” ร่างบางร้องขออีกฝ่าย พร้อมทั้งส่งสายตาอ้อนเหมือนลูกแมว
...จนกระทั่งอีกฝ่ายใจอ่อน
“ก็ได้ แต่...คุณหันหน้าไปทางอื่นก่อนนะ” ชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเขินๆ
“ทำไมล่ะ” ร่างบางถามด้วยความสงสัย
“เอาเถอะน่า ผมทำตามคำขอร้องของคุณแล้วนะ” น้ำเสียงเง้างอนของร่างโปร่งทำให้อีกฝ่ายหัวเราะ
“โอเคๆ ผมจะหันหลัง ไม่แอบมองคุณ” ร่างบางกล่าวก่อนที่จะหันหลังให้เขา
ชายหนุ่มร่างโปร่งเริ่มจัดการล้างเครื่องสำอางออก...น้ำยาล้างเครื่องสำอางของฮีชอลหมดไปเกือบจะครึ่งขวด เพราะการแต่งหน้าจัดของเขา
เขาสะกิดไหล่ของร่างบางเบาๆเป็นสัญญาณให้เขาหันหน้ามาได้...เมื่อร่างบางหันมา ก็พบว่าชายหนุ่มร่างโปร่งเอามือทั้งสองปิดหน้าของตนเอง...
ฮีชอลถอนหายใจครั้งหนึ่ง “นี่! เอามือออกสิ!”
ร่างโปร่งส่ายหน้าโดยที่มือทั้งสองยังคงปกปิดใบหน้าของตนอยู่ แต่มีหรือที่ฮีชอลจะยอม เขาแกะมือที่ปิดบังใบหน้านั้นออก
แล้วร่างบางก็ต้องตกตะลึง
...นี่ฉันกำลังยืนอยู่หน้ากระจกงั้นหรือ? ร่างบางคิดในใจ
ใช่ ในเวลาปกติ เขามีใบหน้าที่ดูดี แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอาง แต่ยามนี้ ที่ปราศจากการแต่งแต้มสีสันเหล่านั้น ทุกอย่างบนใบหน้า แทบจะเหมือนกันกับตัวเขาไม่มีผิดเพี้ยน
นี่เอง ที่เขาบอกว่าตัวเขาเหมือนกับร่างโปร่ง
คู่แท้มักจะมีใบหน้าที่เหมือนกัน...อย่างนั้นหรือ?
สายตาของร่างบางจับจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายไม่ลดละ จนกระทั่งอีกฝ่ายรู้สึกอาย
“นี่ อย่างจ้องนานๆแบบนั้นสิ หน้าผมตลกจะตาย” ชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวด้วยน้ำเสียงอายๆ
ชายหนุ่มร่างบางยิ้มมุมปาก “ถ้าคุณว่ามันตลก ก็หมายความว่าคุณหน้าตาของผมตลกอย่างนั้นสิ?”
ชายหนุ่มร่างบางแกล้งทำท่างอน
“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย...ใช่ ที่ผมกับคุณมีใบหน้าที่เหมือนกัน แต่ใบหน้าของคุณน่ะสวยกว่าผมตั้งเยอะ” ชายหนุ่มร่างโปร่งพูดจบ ก็เอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่าย ก่อนจะจูบสัมผัสเบาๆและรวดเร็ว
ชายหนุ่มร่างบางหน้าแดงก่ำ... “คุณนี่ฉวยโอกาสเก่งจริงนะ” เขาค้อนสายตากลบเกลื่อนอาการเขินอายของตนเอง
“คุณเองก็เหมือนกันนั่นแหละ อย่านึกว่าผมไม่รู้นะ ผมเห็นจากในคลิปวีดโอในอินเตอร์เน็ต...อินเตอร์เน็ต ทำให้รู้ทุกอย่างที่อยากรู้” เขาพูดและหัวเราะ...ร่างโปร่งยังจำภาพนั้นได้ดี
“ผมก็แค่ทำตามคุณเท่านั้นแหละ” ฮีชอลตอบบ่ายเบี่ยง
ชายหนุ่มร่างโปร่งไม่ได้พูดอะไรต่อ...แต่หันไปเล่นกับแมวของฮีชอลบนเตียง
ฮีชอลเปิดตู้เสื้อผ้าของตน...ค้นตู้อยู่สักพัก ก่อนจะคว้าสิ่งหนึ่งมาถือในมือ...
มันคือวิกผมหัวหนึ่ง ทรงคล้ายทรงผมของตัวเขาเอง
ฮีชอลมองมาทางร่างโปร่งที่นั่งอุ้มแมวเล่นอยู่บนเตียง เมื่อเขารู้สึกตัว...ก็หันมาสบตากับร่างบาง
ร่างบางกระตุกยิ้มมุมปาก
ชายหนุ่มร่างโปร่งเสียวสันหลังวาบอีกครั้ง...สังเกตสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือ
“คุณอย่าบอกนะว่า...” ชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล กับความคิดประหลาดๆของอีกฝ่าย
“ใช่...ผมอยากให้คุณลองเป็นผม” ฮีชอลกล่าวอย่างมั่นใจ
ชายหนุ่มร่างโปร่งส่ายหน้ากับตัวเองก่อนจะพูดขึ้น “ก็ได้...ยังไงผมก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้วนี่”
ชายหนุ่มร่างบางเผยรอยยิ้มกว้างออกมา กระโดดกอดอีกฝ่ายอย่างแน่นหนา
“ขอบคุณนะ! คุณเป็นคนแรกที่ยอมให้ผมเล่นง่ายๆแบบนี้ ถ้าเป็นคนอื่นล่ะก็ ต้องส่งสายตาอาฆาตเสียก่อนถึงจะยอม” ชายหนุ่มร่างบางหัวเราะ
ชายหนุ่มร่างโปร่งหัวเราะเบาๆก่อนจะกล่าว
“ผมยอมให้คุณได้ทุกอย่าง เพราะว่าผมรักคุณ” ชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ทว่ามันออกมาจากใจของเขา...
เพียงประโยคสั้นๆ แต่กลับทำให้ร่างบางสะท้านได้ทั้งตัว
ร่างบางนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้น “ผมเองก็...รักคุณ รักในฐานะคนๆหนึ่งที่ผมจะมอบชีวิตให้ได้” เขายิ้มเรื่อก่อนจะกล่าวต่อ “แต่ว่าตอนนี้...” ร่างบางก้มหน้างุด
“มาให้ผมจับแต่งตัวซะดีๆ!” ฮีชอลกระโดดโถมร่างทั้งร่างใส่อีกฝ่าย ฟัดเหวี่ยง ก่อนจะลากเขาไปลองชุด ชุดแล้วชุดเล่า ราวกับเขาเป็นตุ๊กตาของฮีชอล ร่างโปร่งไม่อาจปฏิเสธ จึงปล่อยเลยตามเลย...
จนในที่สุดก็ลงตัว
ฮีชอลมองดูผลงานของตนเอง แล้วยิ้มอย่างภาคภูมิใจ พร้อมทั้งพยายามกลั้นขำ
ชายหนุ่มร่างโปร่งมองเห็นตนเองในกระจก...ตอนนี้เขากลายเป็นชายหนุ่มผมยาวประบ่า ใบหน้าราบเรียบไร้เพียร์ซ มีเพียงแป้งฝุ่นบางๆบนใบหน้าของเขา ต่างหูถูกถอดทิ้งทั้งหมดโดยฮีชอล การแต่งกายสีหวาน เสื้อยืดแขนยาวสีชมพูลายการ์ตูนรัดติ้ว เพราะตัวเขาใหญ่กว่าไซส์เสื้อของฮีชอล กางเกงยีนส์สกินนี่สีดำไม่ได้ถูกเปลี่ยนแต่อย่างใด หากแต่เปลี่ยนจากปกติที่เขาใส่คู่กับบูทสูง เป็นรองเท้าผ้าใบสีแดงธรรมดาแบบที่ฮีชอลชอบใส่แทน ตอนนี้ทุกอย่างบนร่างกายของเขา เป็นฮีชอลแทบจะร้อยเปอร์เซนต์...ยกเว้นความสูงของเขานั่นล่ะ
“รู้ไหม? ผมแทบจะจูบกระจกเลยล่ะ” ชายหนุ่มร่างโปร่งเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นตนเองในสภาพนั้น หันตัวซ้ายขวาสังเกตการแต่งกายของตนอย่างละเอียด
“ผมจะถือว่าเป็นคำชมแล้วกัน...ที่ผมสามารถเปลี่ยนคุณให้เป็นผมได้” ชายหนุ่มร่างบางกล่าวเสียงเรียบ แต่ทว่าใบหน้าเรื่อสีชมพูด้วยความเขิน
“แล้วคุณไม่อยากลองเป็นผมบ้างเหรอ?” ร่างโปร่งเอ่ยถาม
ชายหนุ่มร่างบางส่ายหน้าเบาๆ “ไม่ล่ะ ผมไม่ชอบการเจาะร่างกาย อีกอย่าง ยังไงก็รู้ผลลัพธ์อยู่แล้ว ว่าผมต้องเหมือนคุณอย่างที่คุณเหมือนกับผม” ฮีชอลกล่าวตอบ
“อย่างนี้ไม่แฟร์นี่” ชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวด้วยน้ำเสียงเง้างอน
“เอาเถอะน่า...ก็คุณบอกเองนี่นา ว่าคุณยอมให้ผมได้ทุกอย่าง” ร่างบางทวงสัญญาของอีกฝ่าย
ร่างโปร่งยิ้มมุมปาก
“แล้วคุณล่ะ ให้ผมได้บ้างรึเปล่า?” ประโยคคำถามของโปร่งแฝงเลศนัย
ชายหนุ่มร่างบางก้มหน้า ก่อนจะหันกลับมาสบตาอีกฝ่ายด้วยสายตาจริงจัง
“ผมมอบให้คุณได้...ทั้งหัวใจ และวิญญาณของผม”
ร่างบางไม่ละสายตาไปจากดวงตาของอีกฝ่าย...เปิดโอกาสให้ร่างโปร่งได้จ้องลึกเข้าไปใน “หัวใจ” ของเขา
ชายหนุ่มร่างโปร่งเลื่อนมือไปสัมผัสปลายผมสีน้ำตาลเข้มของอีกฝ่าย ร่างบางหลับตาลง...เมื่อเขาสัมผัสใบหน้าเรียวได้รูป ก่อนจะจุมพิตที่กลางหน้าผาก ไล่มาที่เปลือกตา และริมฝีปากบาง...จากนุ่มนวลแผ่วเบา ค่อยๆดูดดื่มตามห้วงอารมณ์
อาภรณ์ของทั้งสองถูกปลดเปลื้อง ราวกับเป็นการปลดพันธนาการระหว่างเขาทั้งสอง ร่างโปร่งกดร่างของอีกฝ่ายลงบนเตียง ราวคลื่นทะเลที่กำลังถาโถมเข้าหาร่างของอีกฝ่าย กลืนกินให้จมลงสู่ใต้ท้องทะเล...หลอมรวมทั้งสองให้เป็นหนึ่งเดียว
= = = = = = = = = =
ดวงตาสีน้ำตาลลืมขึ้นช้าๆ กวาดสายตารอบห้องคับแคบ...หันหน้าไปสังเกตตัวเลขเวลาสีแดงสว่างที่นาฬิกาปลุกข้างเตียง
“12:54”
เกือบจะบ่ายโมงแล้วเหรอเนี่ย...เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน
เขาจ้องมองร่างในอ้อมแขน ศีรษะหนุนอยู่บนไหล่กว้างของเขา หลับตาพริ้ม นอนหลับเหมือนลูกแมว... เขายิ้มกับความน่ารักของอีกฝ่าย
แต่จู่ๆ กระเพาะของร่างโปร่งก็ร่ำร้องเสียงดังสนั่น...แน่ล่ะ ตั้งแต่เช้ายังไม่มีอะไรตกถึงท้องของเขาสักนิดเดียว อาหารที่เสิร์ฟบนเครื่องบินรสชาติช่างห่วยแตกสิ้นดี แตะไปแค่สองคำก็เลิกแล้ว
เขาพยายามปลุกร่างในอ้อมกอด...แต่สิ่งที่ตอบกลับมา เป็นการนิ่วหน้าและส่งเสียงฮึดฮัดขอนอนต่อ...อืม ปล่อยให้นอนต่อไปก่อนแล้วกันนะ
เขายกศีรษะของร่างบางไปนอนบนหมอน ร่างโปร่งกระโดดลงจากเตียง คว้ากางเกงขาสั้นตัวโคร่งของฮีชอลซึ่งเขาสวมใส่ได้พอดีมาใส่แก้ขัด ก่อนจะเปิดประตูห้องนอนด้วยเสียงที่เบาที่สุด เพราะเกรงจะไปรบกวนอีกฝ่ายที่นอนหลับสบายอยู่บนเตียง
ร่างโปร่งปิดประตูเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าอย่างรวดเร็วเดินตรงไปยังห้องครัว เปิดตู้เย็นสำรวจ ตามด้วยตู้กับข้าวเพื่อหาอะไรมาใส่กระเพาะ และเขาก็ได้บะหมี่ถ้วยหนึ่งมาจากตู้กับข้าว เขาจัดการต้มน้ำโดยทันที เมื่อน้ำร้อนได้ที่ เขาารีบฉีกฝาถ้วยบะหมี่ ฉีกซองเครื่องปรุงใส่ แล้วเอาน้ำร้อนราดใส่ถ้วยอย่างรวดเร็ว แอบหยิบไข่ไก่ฟองหนึ่งจากตู้เย็นตอกใส่ลงไปด้วยเพื่อเพิ่มรสชาติ ก่อนจะยกไปนั่งกินหน้าทีวีบริเวณโซฟากลางบ้าน
สภาพของร่างโปร่งในตอนนี้คือ...มือซ้ายของเขาถือถ้วยบะหมี่รอเวลาสามนาทีให้สุก มือขวาถือรีโมตกดเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยเปื่อย
มีแต่รายการตลกมุกแป้ก น่าเบื่อชะมัด นึกได้ดังนั้นเขาจึงขยับตะเกียบ คีบบะหมี่เข้าปาก
...บะหมี่นี่เผ็ดชะมัด! ร่างโปร่งคิด สังเกตข้างถ้วย...นี่มันบะหมี่รสเผ็ดนี่! ช่างมันเถอะ ดีกว่าอดตายแล้วกัน
ระหว่างที่กินเพลินๆนั้น จู่ๆก็มีเสียงกุกกักที่หน้าประตูหอพัก...
เอาแล้วไง ซวยแล้ว...ร่างโปร่งนึกในใจ เขารีบกดรีโมตปิดทีวีทันที ก่อนจะวิ่งเอาถ้วยบะหมี่ไปซ่อนในครัว เขาพยายามจะวิ่งเข้าไปในห้องนอนของฮีชอลหาเสื้อผ้ามาใส่ให้เรียบร้อย แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว...เสียงพื้นไม้ลั่น บ่งบอกว่ามีใครสักคนเดินเข้ามาแล้ว
เอาก็เอา...ใจดีสู้เสือ
ร่างโปร่งยืนนิ่งอยู่ข้างโซฟาตัวเดิม รอให้ผู้มาถึงเดินเข้ามา เขาสังเกตผู้มาเยือน...รูปร่างสูงใหญ่ ผมสั้นสีน้ำตาลทอง ดวงตารีเล็ก ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มแทบจะตลอดเวลา...ก็พบว่าเป็นสมาชิกอีกคน เขาจำได้เลือนลางว่าผู้มาใหม่ชื่อ “คังอิน”
ชายหนุ่มร่างใหญ่ที่พึ่งมาถึงยิ้มจนดวงตาถูกกลืนหายไปเมื่อเห็นตัวเขาจากระยะไกล
แต่ทว่าเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป...กลายเป็นสีหน้าสงสัย จ้องมองตัวเขาหัวจรดเท้า ชายหนุ่มร่างโปร่งพยายามฝืนยิ้มเรื่อแทนคำพูดทักทาย
ชายหนุ่มผู้มาใหม่กล่าวขึ้นก่อนด้วยสีหน้าสงสัย “พี่...ทำไมทำทรงผมประหลาดๆแบบนั้นล่ะ”
เมื่อคังอินกล่าวจบ ชายหนุ่มร่างโปร่งก็รีบเอามือจับศีรษะของตนเอง...วิกหลุดไปแล้ว แต่เขาก็รู้สึกเคืองเล็กๆ ที่ชายหนุ่งร่างใหญ่มาหาว่าทรงผมของเขาประหลาด!
ชายหนุ่มผู้มาใหม่จ้องมองพินิจพิจารณาเขาหัวจรดเท้า
“นี่พี่ไปเพนต์ตัวมาเหรอ? แล้ว...ทำไมพี่สูงขึ้นล่ะเนี่ย!?” คังอินกล่าวด้วยความประหลาดใจ...เมื่อเห็นท่อนบนเปลือยเปล่าของร่างตรงหน้ามีลายพร้อยเต็มตัว แถมตัวยังสูงพอๆกับซีวอนอีก
ชายหนุ่มร่างโปร่งหัวเราะพรืด “เอ่อ ขอโทษครับ ผมไม่ใช่คุณฮีชอล เขานอนอยู่ในห้อง”
น้ำเสียงห้าวของอีกฝ่ายยิ่งทำให้ชายร่างใหญ่ยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก
โชคดี...ที่พี่ชายของคังอินเดินออกมาจากห้องพอดี ก้าวเท้าพร้อมส่งเสียงงัวเงีย เอามือขยี้ตาของตน... เขาใส่กางเกงขาสั้นมาตัวเดียว ท่อนบนเปลือยเปล่าไม่ต่างจากชายหนุ่มร่างโปร่งที่ใบหน้าคล้ายคลึง จนชายหนุ่มร่างใหญ่คิดว่าพี่ชายของเขาขยายร่างได้!
คังอินยังคงจ้องสลับไปมาระหว่างชายร่างโปร่งตรงหน้าและพี่ชายของเขาที่ตอนนี้ยืนเคียงข้างเขา
เมื่อคังอินพิจารณารอยสักบนร่างกาย และทรงผมของคนที่มีใบหน้าเหมือนพี่ชายของเขา แต่ทว่าตัวสูงกว่า...ก็ยิ่งตกใจมากขึ้น และจำได้ชัดเจนทันทีว่าเขาคือใคร
แล้วจากการพิจารณาสภาพท่อนบนเปลือยเปล่าของทั้งสองแล้ว...
“โอเคครับ ผมเข้าใจแล้ว ผู้จัดการฝากผมเอาข้าวมาให้เฉยๆ ผมไม่รบกวนแล้ว ผมไปก่อนละครับพี่” ชายหนุ่มร่างใหญ่หันไปพูดกับพี่ชายของเขาด้วยน้ำเสียงลนลาน ก่อนจะรีบออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
สิ้นเสียงประตูปิดสนิท ทั้งสองคนที่เหลือในหอพักหันหน้ามามองหน้ากันช้าๆ...ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาลั่นห้อง
“ป่านนี้หมอนั่นคงสมองระเบิดไปแล้ว แต่ก็คงจะบอกคนอื่นเรื่องของคุณ” ร่างบางทิ้งประโยคด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กๆ
“ไม่เห็นจะเป็นไรเลยนี่...ก็เราเป็นแฟนกันแล้ว” ชายร่างโปร่งใช้แขนยาวโอบไหล่ร่างบางก่อนจะดึงตัวให้มาใกล้ตนเอง
ร่างบองไม่ตอบอะไร นอกจากยิ้มเรื่อๆ ก่อนจะปลดมือของร่างโปร่งเบาๆ เดินตรงไปยังของกินที่น้องชายของเขานำมาวางไว้บนเคาเตอร์
ชายหนุ่มร่างบางเปิดถุงและพิจารณาสิ่งที่อยู่ภายใน “มีนิดเดียวเอง...เพราะเขาคิดว่าผมอยู่คนเดียว” ร่างบางกล่าว “แต่ไม่เป็นไร มากินด้วยกันสิ” เขาเอ่ยเชิญอีกฝ่าย
“ไม่ต้องก็ได้ ผมกินบะหมี่ถ้วยไปแล้ว” พูดจบ ร่างโปร่งก็เดินเข้าครัว หยิบเอาถ้วยบะหมี่ที่เขาซ่อนไว้ออกมาให้ร่างบางดู แถมยังคีบบะหมี่ใส่ปาก ทำหน้าอิ่มอร่อยใส่ร่างบางอีก
“ไม่ขออนุญาตอีกแล้วนะ” ร่างบางกล่าวด้วยน้ำเสียงงอน
“ก็คุณหลับอยู่นี่นา ผมหิวมากก็เลย...” ชายหนุ่มกล่าวพร้อมทั้งยิ้มขำ
แต่ทว่าร่างบางไม่ยอม ตีแขนของเขาเข้าทีหนึ่ง “นี่แน่ะ แบบนี้ต้องลงโทษ บะหมี่นั่นน่ะ ของโปรดผมเลยนะ แถมเหลือถ้วยสุดท้ายแล้วด้วย!” เขาบ่นยาว
มีหรือร่างโปร่งจะนิ่งเฉยยอมร่างบาง เขาก็ตีคืนไปทีหนึ่ง...ร่างบางส่งสายตาค้อน ตีคืนอีกครั้ง ตีกันไปตีกันมา ร่างโปร่งตัดสินใจดึงตัวร่างบางกอดมากอดแน่น แล้วหอมอีกฝ่ายเสียหลายฟอด...เป็นการลงโทษ
เสียงหัวเราะดังลั่นห้องครัว เขาทั้งสองมีความสุขจนแทบจะจุกอก...
อย่างนี้รึเปล่า ที่เขาเรียกว่า “สำลักความสุข”
เวลาเพียงสั้นๆ...เพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น แต่ทว่าร่างบางกลับผูกพันกับอีกฝ่ายมากมาย...ราวกับพวกเขามี “กันและกัน” มานานหลายปี
ความผูกพันแน่นแฟ้น ไร้ช่องว่างระหว่างคำว่า “ศิลปิน” และ “ผู้ชื่นชอบ”
ความผูกพันระหว่างเขาทั้งสองคน เป็นความผูกพันแบบ “คนรัก”
บางที...เขาและร่างโปร่ง อาจจะมี “ด้ายแดง” ผูกสัมพันธ์กันไว้มานานแล้ว...โดยที่ทั้งสองไม่รู้ตัว
นั่นเพราะชะตากำหนด
ชะตากำหนดให้ร่างโปร่งรักเขา
และชะตากำหนดให้ร่างบาง รักอีกฝ่ายเช่นกัน
ทุกอย่างโชคชะตาได้กำหนดเอาไว้แล้ว...
เหมือนโชคชะตา ขีดกำหนดให้พวกเขาเป็นตัวต่อจิ๊กซอว์ที่ต้องอยู่ใกล้กัน เพียงนำมาวางต่อกัน เราก็เชื่อมกันได้สนิท
และไม่มีวันแยกจากกัน...
= = = = = = = = = =
แม่น้ำฮัน...เวลาพลบค่ำ
ชายหนุ่มทั้งสองที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกัน เดินจูงมือเลียบริมทางเดินแม่น้ำฮัน...ที่ๆมีแต่คู่รักมาออก “เดต”
โชคดีที่ว่า...คู่รักคนอื่นไม่ได้สนใจพวกเขา
หรือเพราะความมืดสลัว มีเพียงแสงไฟริมทาง ทำให้ทั้งสองกลายเป็นคู่รักเพอร์เฟกต์ “สาวน้อยร่างบอบบาง กับชายหนุ่มหุ่นดี” ?
ฮีชอลหลุดขำออกมาเมื่อความคิดประหลาดนั้นวาบขึ้นมา
“ขำอะไรน่ะ?” ชายหนุ่มร่างโปร่งกล่าวถามเมื่อเห็นร่างบางหัวเราะ
“ผมแค่เห็นว่ามันตลก ที่ไม่มีคนอื่นสนใจพวกเรา เพราะ...” ฮีชอลเอามืออีกข้างปิดปาก พยายามกลั้นขำ
“เพราะ?” ร่างโปร่งถามต่อ
“คึ...ช่างมันเถอะ ว่าแต่ว่า คุณชอบที่นี่รึเปล่าล่ะ?” ร่างบางเปลี่ยนคำถามอย่างรวดเร็ว
ร่างโปร่งพยักหน้าเบาๆ “อื้ม ชอบมากๆเลยล่ะ ผมไม่ได้ไปเที่ยวสถานที่โรแมนติกแบบนี้มานานแล้ว คราวหน้าพาผมมาอีกนะ” ร่างโปร่งกล่าวชม...ทำให้ร่างบางยิ้มน้อยๆ
ทั้งสองหยุดนั่งพักที่ม้านั่งยาวตัวหนึ่ง เหนือศีรษะมีโคมไฟริมทางให้แสงสลัวระหว่างทั้งสอง
ทั้งสองนิ่งเงียบ...เหมือนต่างคนต่างรอให้อีกฝ่ายพูดก่อน
จนกระทั่งร่างบางเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
“ผมไม่เคยชื่นชม...ความรักที่เกิดในเวลาที่รวดเร็ว รวดเร็วจนกินไป ไม่นึกว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวผมเอง ทำให้ผมได้รู้ว่า ความรักไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมายเพื่อเรียนรู้มัน...มันอยู่ที่ 'โชคชะตา' ขีดกำหนดเอาไว้ว่าเราจะได้พบความรักที่แท้จริงเมื่อไร” ร่างบางกล่าวความในใจในขณะที่เงยหน้ามองท้องฟ้ามืดสนิทที่ประดับไปด้วยดวงดาวสุกสว่าง หรือว่านั่นคือโชคชะตา...ระหว่างเรา?
“ผมเองก็ไม่เคยเชื่อในโชคชะตา จนกระทั่งวินาทีแรกที่ผมได้เห็นภาพของคุณโดยบังเอิญ...เพียงแค่เท่านั้น แต่ผมกลับตกหลุมรักคุณอย่างมากมาย จนไม่สามารถอธิบายความรู้สึกเหล่านั้นได้ ผมไม่เคยรู้สึกแบบนั้นมาก่อน บางทีอาจจะเป็นเพราะว่า...โชคชะตากำหนดไว้แล้ว โชคชะตากำหนดให้ผมได้พบคุณ และรักคุณ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น สายตาทอดมองไปยังท้องฟ้า
ทั้งสองจ้องมองดวงดาวบนท้องฟ้า...ก่อนจะหันกลับมาจ้องดวงของกันและกัน...ที่สุกสว่างยิ่งกว่าดวงดาวใดๆบนท้องฟ้า
“คู่แท้มักมีใบหน้าที่เหมือนกัน” ทั้งสองเชื่อคำกล่าวนี้อย่างสนิทใจ...หลังจากทั้งสองมี “ความรัก” ให้แก่กัน
จุมพิตรสหวานของร่างโปร่ง ท่ามกลางดวงดาวแห่งโชคชะตา ดูดดื่มกลืนกินร่างทั้งร่างของเขา
ต่อให้โลกกำลังจะแตกในวินาทีนี้ เขาก็จะไม่มีวันลืมจุมพิตนี้โดยเด็ดขาด
= = = = = = = = = =
หลังกลับจากแม่น้ำฮัน เขาทั้งสองก็คุยกันถึงเรื่องราวมากมายไม่รู้จบ จนเวลาล่วงเลยดึกดื่นเกินเวลานอนไปเสียแล้ว
โชคดี หรือโชคชะตากันนะ...คืนนั้นทุกคนที่อาศัยอยู่ที่หอพักแห่งนี้ทำงานและไม่ได้กลับเข้ามาทุกคน...เหลือเพียงร่างบาง และเขา
เวลาตีสาม...ในระหว่างที่พวกเขานั่งคุยกันอยู่บนโซฟาหน้าทีวีนั้น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นเล็ดลอดออกมาจากห้องนอนขางร่างบาง หยุดบทสนทนาของทั้งคู่ให้ชะงัก
ทว่านั่น เป็นเสียงโทรศัพท์มือถือของร่างโปร่ง
ร่างโปร่งนิ่วหน้า...ก่อนจะเดินไปตามเสียงโทรศัพท์ที่ยังคงดัง เขาเดินหายลับไปในห้องนอนของฮีชอล ก่อนที่จะเดินออกมาพร้อมถือโทรศัพท์ไว้แน่นในมือโดยที่ไม่กดรับ
เขาหันมาจ้องมองร่างบางด้วยสายตากังวล ก่อนที่จะกดรับโทรศัพท์อย่างไม่เต็มใจนัก
ร่างโปร่งเริ่มคุยโทรศัพท์...ด้วยภาษาของเขา ที่ร่างบางไม่เคยเข้าใจมันแม้แต่นิดเดียว
เดาจากน้ำเสียง...ร่างโปร่งไม่พอใจกับการคุยกับปลายสายนัก และดูเหมือนจะทะเลาะกับปลายสายด้วย
ร่างบางจ้องมองร่างสูงด้วยแววตากังวล...หรือว่าจะเกิดอะไรไม่ดีขึ้นรึเปล่า?
ไม่นาน ร่างโปร่งก็กดวางโทรศัพท์ ก่อนจะเดินมาบริเวณโซฟา ทิ้งตัวลงนั่งข้างร่างบางตามเดิม
“มีอะไรเกิดขึ้นรึเปล่า? ผมฟังน้ำเสียงของคุณไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ร่างบางเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ฉายแววกังวล
“ผมมีปัญหากับผู้จัดการของผมนิดหน่อย ผมพยายามต่อรองแล้ว แต่...” น้ำเสียงร่างโปร่งขาดหาย
“เรื่องอะไรกัน? บอกผมมาสิ” ร่างบางกล่าวซัก
“พรุ่งนี้ผมต้องกลับบ้าน...สิบโมงเช้า เขาบุ๊คตั๋วไว้ให้ผมแล้ว ผมอยากจะอยู่นานกว่านี้ แต่หมอนั่น...ฮึ่ย” เขาสะบัดเสียงไม่พอใจกับปลายสายที่พึ่งคุยด้วยเมื่อครู่
ร่างบางนิ่วหน้า ไม่สบายใจนัก “ทำไมเร็วแบบนั้นล่ะ?” เขาทิ้งช่วง “หรือว่า...คุณโดดงานมา?” ร่างบางซักถามอีกฝ่าย
เขาพยักหน้าเบาๆอย่างไม่เต็มใจนัก
“ทำไมคุณทำแบบนี้ล่ะ? ไม่ดีเลยนะ” ร่างบางกล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ผมรู้...แต่ผมต้องการพบคุณ มันรู้สึกเหมือนร่างกายจะระเบิด...แน่นในอก หากผมไม่ได้มาพบคุณ” ร่างโปร่งกล่าวระบายความในใจออกมา ก่อนจะกล่าวต่อ “ผมขอโทษ ให้อภัยผมนะ ผมจะไม่ทำให้คุณไม่สบายใจอีก” เขากล่าวขอโทษอีกฝ่าย...
ร่างบางไม่ตอบอะไรนอกจากยิ้มบางๆและพยักหน้าเบาๆ แต่ก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าเศร้าทันทีหลังจากนั้น...นิ่งเงียบ ไม่พูดอะไรอีก
ร่างบางกลัวว่าถ้าเขาเอ่ยอะไรออกไปแม้เพียงคำเดียว น้ำตาของเขาจะไหลออกมา...เขาไม่อยากเป็นคนอ่อนแอ ยิ่งต่อหน้าร่างโปร่งด้วยแล้ว เขายิ่งต้องกลั้นมันไว้
ร่างโปร่งเองก็เข้าใจว่าร่างบางรู้สึกอย่างไร...เขาจึงไม่พูดอะไรต่อ
บทสนทนาระหว่างทั้งสองกลับกลายเป็นควาบเงียบ...ร่างบางก้มหน้าดูมือเรียวที่ประสานกันของตนเอง ส่วนร่างโปร่งก็ได้แต่เพียงเงยหน้าจ้องมองโคมไฟสลัวบนเพดานห้อง
แต่แล้วจู่ๆร่างโปร่งก็ลุกขึ้น สอดแขนไปอุ้มร่างบาง ร่างบางตกใจกลัวว่าจะตก เขารีบคว้าคอเสื้อของร่างโปร่งไว้ ก่อนจะหันไปทำหน้าบึ้งใส่อีกฝ่าย
“ไปนอนเถอะ วันนี้คุณเหนื่อยมามากพอแล้ว” ร่างโปร่งเอ่ยขึ้น พยายามสบตาร่างบาง แต่อีกฝ่ายกลับเสมองไปทางอื่น นิ่วหน้าไม่พอใจนัก
ร่างโปร่งเดินตรงไปยังห้องนอนของอีกฝ่าย ประตูไม่ได้ปิดสนิท เขาจึงใช้ไหล่ดันให้ประตูเปิดออก เปิดไฟในห้องนอนด้วยข้างลำตัว ก่อนจะก้าวไปยังบริเวณเตียงนอน วางร่างในอ้อมแขนลงบนเตียงเบาๆ
ร่างบางยังคงไม่มองใบหน้าของอีกฝ่าย ศีรษะพิงหัวเตียง สายตาทอดมองผนังห้อง แต่ทว่าในตอนนี้...สีหน้าของเขาเศร้าสร้อย
“ผมจะนอนที่โซฟาแล้วกัน เตียงคุณมันเล็กน่ะ” ร่างโปร่งเอ่ยขึ้น...อีกฝ่ายพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ
“ราตรีสวัสดิ์” ร่างโปร่งเอื้อมมือไปลูบศีรษะของอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนโน้มตัวลงจุมพิตหน้าผากของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล
ร่างบางเลื่อนตัวลงนอน ศีรษะสัมผัสหมอนลายการ์ตูน ก่อนจะหลับตาพริ้ม...ร่างโปร่งดึงผ้าห่มสีชมพูมาห่มให้อีกฝ่าย ก่อนจะเดินไปปิดไฟและออกจากห้องไป
ร่างบางลืมตาขึ้นในความมืด...มีเพียงแสงที่เล็ดลอดออกมาจากหน้าต่าง และแสงสีแดงจากนาฬิกาปลุกข้างเตียง
จะให้เขาหลับตาลงได้อย่างไร...ในเมื่อรู้ว่า พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา “เขา” ก็จะจากไป
เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายเป็นเพียงฝันในชั่วข้ามคืน เมื่อลืมตาตื่น ก็กลับเข้าสู่โลกแห่งความเป็นจริง
ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร? ถ้าเขากับร่างโปร่งอยู่ห่างไกลกันขนาดนั้น
แล้วถ้าร่างโปร่งไม่ได้กลับมาที่นี่อีกล่ะ...?
แค่คิด น้ำตาก็จะไหลออกมาแล้ว
ร่างบางพยายามโอบกอดร่างของตนเองภายใต้ผ้าห่มไม่ให้สั่นสะท้านจากการสะอื้น พยายามสูดลมหายใจให้ลึกเต็มปอด
แต่ทว่าภายในห้องนี้...มีกลิ่นกายของร่างโปร่งจางๆ...กลิ่นน้ำหอมที่เขาใช้ประจำ เขาจำได้แม่นจากการอ่านเรื่องราวของเขา
น้ำหอมราคาแพง...ในตอนนี้มันทำให้การหายใจของเขาติดขัด
แต่ในที่สุด ด้วยความเหนื่อยล้าของร่างกาย...ดวงตาของเขาค่อยๆปิดลง...ครึ่งหลับครึ่งตื่น ก่อนจะหลับสนิทในที่สุด
ขณะเดียวกัน ร่างโปร่งที่นอนราบกับโซฟา ใช้แขนรองรับศีรษะแทนหมอน เอามือก่ายหน้าผากของตน...สายตาจับจ้องแต่ไฟสีนวลบนเพดานห้อง ถอนหายใจจนแทบจะเป็นจังหวะดนตรี
แค้นนักไอ้ผู้จัดการบ้า...แต่ช่วยไม่ได้นี่นะ...เขาแอบโดดงานมา หลายๆฝ่ายคงจะเสียหายเพราะเขา
โดยเฉพาะรายการเพลงที่เขาต้องไปร่วมรายการ...รายการสดเสียด้วย ผู้จัดการเขาคงโดนด่าเสียอ่วม
เขามาที่นี่เพียงเพราะเขา “ต้องการ” อีกฝ่าย
และเขาไม่อยากจากอีกฝ่ายไป...แม้เพียงวินาทีเดียว
ใบหน้า ดวงตา เรือนร่าง แม้กระทั่งปลายเส้นผมของร่างบาง ภาพของอีกฝ่ายยังคงวนเวียนอยู่ในหัวสมองของเขา
แต่กระนั้น เขาก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
= = = = = = = = = =
แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างห้องนอนของเขา...ตรงเข้าที่ใบหน้าของเขาพอดิบพอดี...ฮีชอลพยายามเอาผ้าห่มมาปิดหน้า แต่นั่นก็ทำให้เขาหายใจไม่ออก
เหมือนจะนึกขึ้นได้ เขาสะดุ้งตื่นสุดตัว ลุกขึ้นนั่ง หันซ้ายขวา ก่อนจะดูตัวเลขบนนาฬิกาปลุกข้างเตียงที่ส่องแสงสีแดงสด
9:23
เขาแทบจะตะโกนลั่นบ้าน สายป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย!!
เขารีบกระโดดลงจากเตียง สะบัดผ้าห่มที่พันร่างกายทิ้ง วิ่งไปเปิดประตูห้องนอนของตน กวาดสายตาดูทั่วหอพักของเขาก็พบว่า...
ไม่มีร่างที่เขามองหา
แล้วเมื่อเขาสังเกตที่หน้าประตู...หัวใจของเขาสั่นวาบ
กระเป๋าเดินทางหายไปแล้ว
เขารีบวิ่งหาร่างโปร่งทั่วห้อง...ไม่มี เปิดดูห้องไหนๆก็ไม่มี
เมื่อเขาเดินไปยังบริเวณเคาเตอร์...ก็พบว่ามีกระดาษสีขาวแผ่นหนึ่งวางอยู่ เขารีบหยิบมันขึ้นมาอ่านทันที
“ผมไม่อยากปลุกคุณ รักคุณนะ”
ลายมือที่เขียนได้เรียบร้อย และตั้งใจของอีกฝ่าย ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น น้ำตาเอ่อนองใบหน้า
เขาวางกระดาษในมือลง วิ่งเข้าห้องน้ำล้างหน้าแปรงฟันภายในเวลา 1 นาที ก่อนจะรีบออกจากหอพัก ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
โชคเข้าข้างเขาที่วันนี้การจราจรไม่ติดขัด...และสนามบินก็อยู่ไม่ห่างจากหอพักมากนัก
เมื่อมาถึงสนามบิน เขารีบจอดรถจนรถคันอื่นบีบแตรไล่เขา แต่เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว เมื่อหาที่จอดรถได้ เขารีบออกจากรถ เคลื่อนตัวไปยังตัวสนามบินให้เร็วที่สุด
เมื่อเขาก้าวพ้นผ่านประตูทางเข้า อากาศเย็นเฉียบภายในทำให้ร่างของเขาสั่นสะท้าน
เขารีบสังเกตนาฬิกาบอกเวลาขนาดใหญ่ในสนามบิน
9:40
การหายใจติดขัด ทั้งเหนื่อย ทั้งหวาดกลัว
เขากลัวเหลือเกิน...กลัวว่าจะเสียอีกฝ่ายไป
เขากำหมัดแน่น เหมือนจะพยายามเรียกสติ ก่อนจะรีบไปถามประชาสัมพันธ์ถึงเที่ยวบินที่คาดว่าจะเป็นไปได้ที่ร่างโปร่งจะไป
เขาโล่งใจไม่น้อยเมื่อได้รับคำตอบจากพนักงานในสนามบิน...เกตที่สาม
ไม่รอช้า เขารีบวิ่งไปยังที่หมาย...สนามบินอินชอน จากเดิมที่กว้างอยู่แล้ว ในขณะนี้สำหรับเขา มันกว้างขึ้นกว่าเดิมเท่าตัว
เมื่อเขาสังเกตเห็นตัวเลข 3 เหนือศีรษะ เขาหยุดเท้าที่กำลังวิ่งอย่างรวดเร็วจนกระชากร่างของเขา
เขาหอบหายใจหลายครั้ง ก่อนจะพยายามสูดอากาศหายใจ...และสังเกตทั่วบริเวณหน้าเกตทั้งซ้ายขวา
ไม่พบร่างที่เขาตามหาอยู่
เขาจึงสังเกตหน้าจอเหนือศีรษะ...ก็พบตัวหนังสือสีแดงสด
“Last Call”
เป็นสิ่งที่บอกเขาให้มั่นใจได้ว่า...
“เขาไปแล้ว”
ร่างของเขาแทบจะทรุดลงกับพื้น ร่างกายอ่อนแรง สายตาพร่ามัว...ควบคุมตนเองไม่อยู่
เขากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แล้ว...เขาพยามกดเสียงสะอื้นของตัวเองให้เบาที่สุด ก่อนจะเอี้ยวตัวใช้แขนเสื้อตัวเองเช็ดน้ำตาต่างผ้าเช็ดหน้า...
สายตาของเขาจับจ้องผู้คนที่เดินเข้าประตูไปคนแล้วคนเล่า...น้ำตากำลังจะไหลออกมาอีกครั้ง แต่เขาก็รีบเอาหลังมือเช็ดมันเสียก่อน
เขาถอนหายใจเบาๆ ยิ้มเศร้าๆกับตัวเอง...ทำอะไรไม่ได้แล้ว มันสายเกินไป...เพียงความคิดนั้น เขาก้าวถอยหลังเพื่อจะเดินกลับ
เพียงสองก้าว ทั้งหลังและศีรษะของเขากระแทกกับบางสิ่งเต็มแรง
เขาหันมาพร้อมกล่าว “โอ๊ะ ขอโทษคร...”
เสียงของเขาขาดหาย เมื่อร่างตรงหน้าคือคนที่เขาตามหา
ร่างตรงหน้าไม่รอช้า สวมกอดเขาไว้แน่นหนาจนแทบจะหายใจไม่ออก
เมื่อเขาคลายวงแขน ร่างบางอ้าปากกำลังจะพูด แต่ทว่าอีกฝ่ายยกนิ้วชู่ปากไว้เป็นการห้ามไม่ให้เขากล่าวอะไรใดๆออกมา
ฝ่ามือใหญ่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงยีนส์ของตน คว้าบางสิ่งออกมากำไว้ในมือแน่น
ร่างโปร่งคว้ามือซ้ายของร่างบางมาสวมใส่บางสิ่งในมือของเขา...ร่างบางสังเกต...มันคือแหวนเงินเกลี้ยงวงหนึ่ง อยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเขา
ร่างบางยกมือของตนมาพลิกหน้าพลิกหลัง สังเกตสิ่งที่อีกฝ่ายพึ่งจะสวมใส่ให้
“คุณชอบไหม?” ร่างโปร่งกล่าวถามอีกฝ่าย
ร่างบางค่อยๆเงยหน้าสบตาร่างโปร่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “อือ”
ร่างบางไม่พูดอะไรต่อ ทั้งทำสีหน้าเฉย เสมองไปทางอื่น
ร่างโปร่งส่ายหน้ากับตนเองเบาๆพร้อมทั้งยิ้ม เขาโดนอีกฝ่ายงอนใส่ซะแล้ว
เขารีบกล่าวอธิบายกับอีกฝ่าย “ผมรีบออกจากบ้านคุณแต่เช้าเพื่อไปหาซื้อนี่มาให้คุณ...และผมด้วย” เขายกมือซ้ายของตนเองให้ร่างบางดู มือซ้ายของเขามีแหวนเงินเกลี้ยงแบบเดียวกันเช่นกัน
ร่างบางเม้มปากแน่นก่อนจะกล่าว “ไหนคุณสัญญาแล้ว ว่าจะไม่ทำให้ผมไม่สบายใจ รู้ไหมผมตามหาคุณแทบตาย” สีหน้าของเขาเศร้า
“ผมขอโทษ...ผมรู้ว่าคุณต้องมาที่นี่แน่ ก็เลยรีบออกไป ไม่คิดว่าคุณจะเป็นห่วงผม ผมขอโทษนะ” ร่างโปร่งกล่าวขอโทษอย่างจริงใจ
ร่างบางเงียบ...พยักหน้าเบาๆแทนการพูด
“ผมต้องไปแล้วล่ะ ไปส่งผมหน่อยสิ” ร่างโปร่งพูดทั้งคว้ามือของร่างบางเอาไว้
ทั้งสองเดินจูงมือไปยังประตูทางออก ร่างโปร่งยื่นเอกสารและตั๋วเครื่องบินให้พนักงานที่ยืนเฝ้าประตู ก่อนที่เขาจะกล่าวให้เข้าไปได้
ร่างบางบีบมืออีกฝ่ายแน่น สีหน้าเศร้าสร้อย ดวงตากลมโตแดงก่ำ
ร่างโปร่งจ้องมองอีกฝ่าย โอบไหล่ร่างบางเบาๆ
“ผมสัญญาว่าผมจะกลับมา” ร่างโปร่งให้สัญญากับอีกฝ่าย
ร่างบางจ้องตาของเขาเนิ่นนาน ราวกับจะให้เวลาหยุดลงในวินาทีนี้
ไม่มีคำพูดใดจากร่างบางอีก เขาก้าวสั้นๆหนึ่งก้าวให้เข้ามาใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น
เขาหลับตาลงช้าๆ ดันตัวให้สูงขึ้นด้วยปลายเท้า จุมพิตอีกฝ่ายเบาๆ
ร่างโปร่งยิ้มกว้าง
“ขอบคุณนะ”
เขากอดร่างบางอีกครั้งก่อนจะคว้ากระเป๋าเดินทางของตน แล้วผ่านเข้าประตูไป
เมื่อเขาเดินไปได้สองสามก้าว เขาก็หันกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะตะโกน
“ผมสัญญาว่าผมจะกลับมา!”
ร่างบางยิ้ม พยักหน้าแทนคำตอบ
ร่างบางนำมือทั้งสองป้องปาก พูดโดยไม่มีเสียง
“ผมรักคุณ”
ร่างโปร่งยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะเดินจากไป...ร่างบางเฝ้ามองเขา จนเขาลับสายตาหายไป
เขารู้สึกเศร้า...แต่ตอนนี้เขากลับโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก
อย่างน้อยเขาก็ให้สัญญาแล้ว ว่าเขาจะกลับมา
เขาจะรอคอยจนกว่าจะถึงวันนั้น
นิ้วเรียวลูบสัมผัสแหวนเงินซึ่งแทนคำสัญญาของอีกฝ่าย พร้อมทั้งยิ้มเรื่อ
เขาก้าวเดินอีกครั้ง สู่ชีวิตใหม่ที่เขามีใครอีกคนในชีวิต
= = = = = = = = = =
ความรู้สึกรักใครสักคนขนาดนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับผมมาก่อน...ไม่เคยเลยสักครั้ง
ผมเชื่อว่าโชคชะตา กำหนดให้ผมได้รู้จักเขา ได้ชื่นชมเขา จนสุดท้าย ได้ “รัก” เขา
ใครบางคนกล่าวไว้ว่า...คู่แท้มักจะมีหน้าตาที่เหมือนกัน ผมเชื่ออย่างสุดหัวใจ
เขาคือคนที่ผมตามหามาทั้งชีวิต
ผมจะรอเขา จนกว่าเขาจะกลับมา
แม้ว่าผมจะหมดลมหายใจไปแล้วก็ตาม.
end.
= = = = = = = = = =
Comment
ยาวมากกก *ปาดเหงื่อ* ทีแรกว่าจะแบ่งเป็นสองพาร์ท แต่ก็นะ เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นวันเดียว ยัดไปในตอนเดียวให้หมดน่ะแหละ
ขออภัยถ้าท่านเสียเวลากับการอ่านเรื่องนี้มาก 555 แหม ไม่ได้เขียนฟิคจบมานานแล้วนะเนี่ย
เราเขียนเรื่องนี้ในสมุด ทีแรกว่าจะลงในบลอกหลังกลับไทย แต่ว่าอ่านเองจนเบื่อแล้ว เอาให้คนอื่นอ่านบ้างดีกว่า
กว่าจะเสร็จได้ก็หลายวันเพราะคนเขียนขี้เกียจ ฮ่าๆ (ปลูกผักไปพิมพ์ฟิคไป)
เรื่องนี้เนื้อเรื่องง่ายๆ น่าจะเดาเนื้อเรื่องได้ตั้งแต่อ่านแล้ว แต่เราไม่แคร์สื่อค่ะ คนเขียนเขียนเรื่องนี้เพราะอยากเห็นสองคนนี้คู่กันเท่านั้นเอง 555 *โดนตบ*
เอาชื่อสองคนนี้เข้ากูเกิ้ล มีคนแต่งไว้แล้วด้วยนะในเด็กดี แต่ลงได้สอตอนก็ดองซะแล้ว ของเราตอนเดียวจบ ง่ายดี ฮ่า (แต่แต่งตอนต่อสั้นๆไว้แล้วแหละ อ้าว)
หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ ยิ้มๆ
ป.ล. ทำไมไม่เอ่ยชื่อเมะ? คนเขียนเขินอะ ฮ่าๆ เขินไม่มีเหตุผล
ป.ล.สอง ถึงไทยวันที่สิบเจ็ดจ้ะ ใครสนใจไปรับก็ได้นะ ฮ่าๆๆ
ป.ล.สาม จัดหน้าในบลอกยากมาก ขี้เกียจจัดแล้ว ขออภัยถ้าอ่านลำบากนะคะ TwT
สวัสดีปีใหม่ทุกท่านนะคะ
















